คุณสมบัติของนักเตะระดับโลก

หากพูดถึงทศวรรษที่ผ่าน นักเตะระดับโลกที่กวาดรางวัลมาอย่างมากมายและประสบความสำเร็จที่สุดคงหนีไม่พ้น นักเตะโปรตุเกสอย่างโรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ ที่ไม่ต่างกับคู่อริ ทางการค้าอย่างประเทศจีนและอเมริกา

คริสติโน่ โรนัลโด้ จากเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก ก้าวสู่การเป็นนักเตะอาชีพที่บ้านเกิดโปรตุเกส กับสโมสร สปอร์ดิ้ง สิสบอนและความเก่งนี่เองที่ทำให้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ชักชวนหนุ่มน้อยคนนี้ มาเป็นสุดยอดนักเตะให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พร้อมกับแฟนบอลที่ตั้งความหวังไว้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้จะก้าวเข้ามาแทนที่ขวัญใจคนเก่าของเค้า และเป็น ตัวแทนของเดวิด เบ๊คแฮม ตำนานเบอร์เจ็ด คนเก่า ที่ทิ้งผลงานสุดยอดไว้อย่างมากมาย แต่ใครจะรู้เหล่าว่านักเตะหนุ่มคนนี้ ที่มีนามว่า คริสติโน่ โรนัลโด้ กลับทำได้ดีกว่า และจะกลายเป็นสุดยอดนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าช่วงแรกของการมาอยู่ที่โรงละครแห่งความฝันนั้น คริสติโน่ โรนัลโด้ ต้องถูกตำหนิและต่อว่าจากแฟนบอลอย่างมากมาย

เพราะด้วยเล่นที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัวและพยายามจะฝืนเลี้ยงฝ่าคู่แข่งเข้าไปยิงประตู และถูกขนานนามว่าจอมสับหลอก จนถึงขนาดแฟนบอลรุ่นจิ๋ว เลียนแบบท่าทางการสับขาหลอกไปมาขณะที่มีการเลี้ยงบอลเพื่อเป็นการล้อเลียน แต่ยังไง   โรนัลโด้ ก็ ได้พิสูจน์แล้วว่าเค้าคือของจริง เพราะหลังจากนั้นอีกไม่นาน โรนัลโด้

แสดงความสามารถอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตู การส่งต่อบอลให้เพื่อน การเลี้ยงลูก จนปัจจุบันเขากลายเป็นนักเตะที่ อเล็ก เฟอร์กูสัน ต้องการเขามากแต่ไม่ว่าฟอร์มจะเก่งขนาดไหน โรนัลโด้ ในช่วงนั้นก็ยังคงเป็นเด็ก และทำเรื่องที่ไม่ควรจะทำ เพราะด้วยความมุทะลุและมุ่งมั่นเป็นเอกลักษณ์ในตัวเค้าจึงมักมีปัญหากับนักเตะจอมเก๋าบ่อยๆ อย่างเรื่องหนึ่งที่กลายเป็นชนวน

นั่นคือการมีเรื่องราวเป็นที่กังขา กับนักเตะที่มีอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น ของแมนยู นั่นคือ เวนย์ รูนนี่ ซึ่งเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในฟุตบอลโลกที่ทั้งอังกฤษและโปรตุเกส ต้องพบกันเอง และก็เป็นโรนัลโด้ ที่ทำให้รูนนี่ย์ ต้องโดนไล่ออกและในที่สุดอังกฤษก็ไม่ได้ไปต่อ  พอเขากลับมาที่อังกฤษ กลายเป็นว่า โรนัลโด้ ถูกคนอังกฤษไม่พอใจไปเลยจนสุดท้าย

เค้าก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ รีลมาดริด ราชันชุดขาว และนั่นคือปรากฎการณ์อันสำคัญที่ทำให้เค้ากลายเป็นนักเตะที่สุดยอดและเก่งที่สุดในโลก เพราะที่นั่น คริสติโน่ โรนัลโด้ กวาดแชมป์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นลาลีกา โคปปาเดย์เร่ย์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก แชมป์สโมสรโลก รวมไปถึงรางวัลบังลังค์ดอร์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

บายาโดลิดปฏิเสธชุดเทสต์ไวรัส

สโมสรฟุตบอล บายาโดลิดแห่งลาลีกา สเปนกล่าวปฏิเสธไม่ต้องการชุดตรวจสอบ โคโรน่าไวรัส เพราะว่าอยากจะให้ชุมชนคนทั่วไปได้ใช้งานกันมากกว่า จากการประกาศเมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม

ทางสหพันธ์ฟุตบอลสเปน กล่าวว่าจะส่งชุดเครื่องมือตรวจสอบการเป็นโรคโคโรน่าไวรัสส่งให้กับทุกสโมสรในลาลีกา แต่ว่าทางทีมบายาโดลิด ทีมในลาลีกา ไม่ต้องการ

จากการประกาศของโฆษกทีม ดาวิด เอสปิยาร์กล่าวว่า นักเตะของทีมไม่มีอาการใดๆ และเราเชื่อว่าคนทั่วไปย่อมควรจะได้รับการตรวจมากกว่านักเตะของเรา เราขอปฏิเสธการรับเครื่องมือครั้งนี้ 

สเปนเป็นประเทศที่สองในทวีปยุโรปที่มีคนติดเชื้อไวรัส มากที่สุดรองจากอิตาลี มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีคนตายมากกว่า 558 คน และมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 14,000 เคส เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา และประเทศสเปนก็ได้มีการประกาศล็อกดาวน์ ประเทศแล้ว คือประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกจากบ้านโดยจะให้ออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและซื้อยารักษาโรคเท่านั้นเอง

โดยกลุ่มคนสูงอายุจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากที่สุด โดยบายาโดลิดก็ได้รับสิ่งของจาก สหพันธ์ฟุตบอลสเปน (RFEF) โดยท่านประธาน RFEE หลุยส์ รูเบียเลสกล่าวว่าควรจะมีการตรวจสอบนักเตะของแต่ละทีม 

รูเบียเลสกล่าวผ่านที่ประชุมว่าเราต้องการตรวจสอบว่านักฟุตบอลของแต่ละทีมมีการติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งหากว่าพบผลการตรวจเลือดเป็นบวก พวกเขาต้องกักตัวอยู่ที่บ้านทันที

หลุยส์ รูเบียเลส กล่าวว่าเขาเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่ระบาดขึ้นในสเปน และเชื่อว่าการแข่งขันฟุตบอลในระดับ ลาลีกา และเซกุนด้า จะไม่มีการแข่งขันในเร็วๆ นี้แน่ โดยแผนการคร่าวๆ ของการแข่งขันฟุตบอลลีกจะให้มีแข่งขันวันสุดท้ายวันที่ 30 มิถุนายน และจะแข่งขันในระบบปิดไม่มีแฟนบอลเข้าชมเกมด้วย

โดยในสเปนมีเคสของผู้ติดไวรัสมากกว่า 11,178 คนโดยมีผู้เสียชีวิตในโรคนี้มากกว่า 491 คน ซึ่งมีการตรวจพบว่ามีนักเตะในลาลีกา ติดเชื้อโควิด นักเตะกองหลังบาเลนเซีย เอเซเกล ลาเวสซี่, โฆเซ่ หลุยส์ กาย่า และเอเลียควิม มองกาล่า และนักเตะของเอสปันญ่อลมากกว่า 6 ราย ที่มีผลเลือดเป็นบวก ทุกสโมสรได้มีการประกาศ lock down โดยมีการปิดสนามซ้อมและนักเตะต้องอยู่ที่บ้านเพียงอย่างเดียว ซึ่งสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าที่สเปนเป็นเรื่องที่ร้ายแรงทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

บาเลนเซียมีนักเตะติดเชื้อไวรัสกว่า 35%

สโมสรฟุตบอล ไอ้ค้างคาว บาเลนเซีย ของลาลีกาสเปน ประกาศออกมาว่ากว่า 35% ของนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชมีผลเลือดเป็นบวก (ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก

ทีมจากลา ลีกา ทีมนี้ได้รายงานข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ว่ามี ห้านักเตะที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ารวมถึงปราการหลังของทีมอย่างเอเซเกล การายและเอเลียควิม มองกาล่า

จากการประกาศอย่างเป็นทางการของสโมสร เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่านักเตะและสตาฟฟ์โค้ชจำนวนมากของทีมติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่หรือ covid-19 เข้าให้แล้ว 

ทุกเคสที่เกิดขึ้น พวกเขาจะต้องแยกตัวอยู่ที่บ้าน และรับการรักษาทางการแผนและต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดด้วย

และเกมที่บาเลนเซียเดินทางไปเยือนอตาลันต้าที่ แบร์กาโม่ ของอิตาลี เกมนั้นจัดขึ้นที่สนามซานซิโร่ ท่ามกลางผู้ชมมากกว่า 40,000 คน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ไม่แน่ใจว่าบรรดานักเตะของบาเลนเซียจะได้รับเชื้อกันตั้งแต่ตอนนั้นหรือไม่ 

และพวกเขาก็ลงสนามเตะเกมที่สอง ภายใต้สนามปิดกับอตาลันต้าทีมเดิมที่สนามเมสตาย่า เมื่อวันอังคารที่แล้ว (10 มีนาคม) 

สโมสรประกาศแถลงการณ์ว่า มีการตรวจวัดอย่างเข้มข้นว่านักเตะติดเชื้อหรือไม่ เพราะว่ามันมีความเสี่ยงหลังจากที่ลงสนามแข่งกับทีมจากอิตาลี โดยมีการตรวจทั้งหมดระหว่างนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช เจ้าหน้าที่สโมสรและบุคคลทั่วไป 

ล่าสุดผลการตรวจออกมาแล้วว่ามีผู้ที่มีผลเลือดเป็นบวกหรือติดเชื้อมากกว่า 35% (100 คนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าถึง 35 คน) นับว่าน่าตกใจมากๆ 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองหลังชาวอาร์เจนตินา เอเซเกล การายได้รับการยืนยันว่าเป็นนักเตะจาก ลาลีกา คนแรกที่ติดไวรัส ขณะที่อดีตนักเตะของแมนซิตี้ เอเลียควิม มองกาล่าก็ได้รับผลตรวจเลือดเป็นบวกเช่นกัน

การายออกมายอมรับว่า มันชัดเจนมากที่ผลออกมาแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมยังสบายดี และคราวนี้ผมต้องฟังข้อแนะนำจาเจ้าหน้าที่ขององค์กรด้านสุขภาพ ซึ่งตอนนี้ผมต้องถูกกักตัว

นักเตะวัย 33 ปีรายนี้บังเอิญว่าต้องปิดเทอมยาวตลอดทั้งซีซั่นไปแล้วเนื่องจากเจ็บเข่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

เกมฟุตบอลลีกของสเปน ถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปสองสัปดาห์ หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัส covid-19 สเปนเป็นประเทศในยุโรปที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงรองจากอิตาลี โดยตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมามีการประกาศจากรัฐบาลว่า มีการปิดประเทศโดยด่วนเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส

และยอดของผู้ติดเชื้อที่สเปนมีประมาณ 10,000 รายเข้าไปแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

เคิร์ต ซูม่า: “ผมเคยโดนมูรินโญ่บอกว่าห่วยแตก”

เคิร์ต ซูม่า ปราการหลังของ เชลซี ออกมาเปิดเผยว่าเขาเคยโดนอดีตเจ้านายอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ วิจารณ์หนักใส่แบบตรง ๆ ว่ามีฟอร์มการเล่นที่ห่วยแตกแบบสุด ๆ ซึ่งนั่นได้กลายมาเป็นแรงกระตุ้นให้เขาพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในซีซั่นนี้

มูรินโญ่ เป็นคนดึง ซูม่า มาจาก แซงต์ เอเตียนน์ เมื่อปี 2014 อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถสอดแทรกขึ้นชุดใหญ่ของทีมได้เลย และยอมรับว่าช็อคไม่น้อยหลังจากโดนนายใหญ่ชาวโปรตุกีสวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของเขา “ผมจำไม่ได้ว่านัดไหนที่เราเล่นนะ เราแพ้ 3-1 ในเกมเยือน” กองหลังชาวฝรั่งเศสบอกกับ RMC Sport


“ในวันต่อมา เขา (มูรินโญ่) สบตากับผม เขาลากผมไปที่ออฟฟิศของเขา และเขาถามผมว่าผมโอเคไหม ผมตอบว่าโอเคนะ เขาถามผมว่าผมแน่ใจแล้วใช่มั้ย ผมเลยตอบไปว่าใช่อีกครั้ง เขาบอกว่า ‘เพราะนายมันห่วยแตกสุด ๆ เมื่อสุดสัปดาห์นี้’ พูดตรง ๆ เลย มันทำให้ผมตกใจ แต่มันทำให้ผมอยากตอบสนองในสนามโดยทันที ผมจำได้ว่ามันทำให้ผมเจ็บปวด แต่ผมอยากแสดงให้เขาเห็นว่าผมสามารถตอบสนองได้”


หลายครั้งที่ มูรินโญ่ ถูกกล่าวหาว่าเป็นกุนซือที่ไม่ชอบใช้งานผู้เล่นดาวรุ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ซูม่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หลังจากที่ได้ร่วมงานกับ เดอะ สเปเชี่ยล วัน “เขาเป็นคนที่รักชัยชนะ เขาใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เป็นไปได้เพื่อบรรลุผลลัพธ์ ผมย้ายมาที่นี่ตอนอายุ 19 ปี แล้วเขาก็ส่งผมลงเล่น ผมมีโอกาสได้เล่นหลายเกม ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร เราทุกคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่จากความคิดของผมแล้วผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง (กับความคิดที่ว่ามูรินโญ่ไม่ได้ให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่ง)”

ตอนนี้ดาวเตะวัย 25 ปี เป็นนักเตะคนสำคัญของเชลซีในฤดูกาลนี้ โดยได้รับโอกาสลงสนามในพรีเมียร์ลีก 20 นัด มากที่สุดในทีมรองจากกัปตันทีมอย่าง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า หากนับเฉพาะกองหลัง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

Yoto Nagatoma อันดับ 10 สุดยอดนักเตะทีมชาติญี่ปุ่น

นานๆทีจะได้เห็นนักเตะกองหลังที่โดดเด่นขนาดนี้อีกหนึ่งคน ชายร่างเล็กที่มาพร้อมด้วยความคล่องที่ดักทางเหล่ากองหน้าทีมอื่นได้อย่างไม่ธรรมดาทีเดียว เขานั้นถือว่าเป็นกองหลังตัวปีกที่เก่งมากๆ แล้วก็มีคุณค่าเป็นที่สุดสำหรับทีมชาติญี่ปุ่นนี้

เมื่อได้มีนักเตะระดับนี้กำเนิดขึ้นมาก็เป็นธรรมดาที่จะขึ้นหิ้งสุดยอดนักเตะที่หาใครเทียบเคียงได้ แล้วก็ถูกทีมต่างๆอีกมากมายพยายามดึงตัวไปทั้งนั้น

ด้วยความที่เขานั้นตัวเล็ก กลับกลายเป็นการมอบพรสวรรค์ระดับเทพที่ว่องไวรวดเร็วแบบสุดๆ เขานั้นแรกๆยังไม่ได้ทำให้เข้าตาเหล่าทีมดังทั้งหลายเท่าไหร่อาจจะเพราะการเป็นตำแหน่งกองหลังตัวปีกด้วย ก็สร้างผลงานได้ยากหน่อย แต่ว่าพอในปีที่ 3 นั้น เขาก็มีฝีมือที่ได้ถูกทาบทามให้ไปร่วมทีมกับเจ้างูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน

เป็นการเริ่มต้นผลงานทางอาชีพของเขาอย่างแท้จริงเลยล่ะ เขานั้นตอนอยู่กับทีมนี้นั้นเขาเป็นดั่งหมาล่าเยื่อที่กัดไม่ยอมปล่อยเลย เล่นเอาซะกองหน้าของทีมฝั่งตรงข้ามนั้นเหนื่อยกันไปขึ้นนึง แต่ความสุดยอดของเขาอยู่ที่เขาเป็นกองหลังตัวปีกจอมบุกยังไงล่ะ

เขานั้นถึงเป็นกองหลังแต่เขาก็กล่องแคล่วพอที่จะขึ้นไปยิงได้ถึง 9 ลูก แล้วนั้นทำให้ทุกคนมั่นใจว่ากองหลังตัวปีกคนนี้เป็นผู้สืบทอดของ ฮาเวียร์ ซาเน็ตนิ เลยล่ะ โดยที่เจ้าตัวก็ได้ออกมาบอกว่านักเตะคนนี้นี่แหละที่เป็นแรงบรรดานใจให้เขามาถึงจุดนี้ได้อีกด้วย เป็นดั่งฮีโร่ในดวงใจ น้อยรายนักที่จะได้ดำเนินรอยตามฮีโร่ของตัวเองอะนะ ผลงานของเขานั้นเคยได้เอชียนคัพกับทีมชาติของเขาเท่านั้น แต่ว่าตัวเขาเองทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ เป็นนักเตะแห่งปีมาแล้วหนึ่งครั้ง

ด้วยสังขารที่ร่วงโรยตอนนี้เขาก็คงเก็บผลงานบั้นปลายการเตะบอลแล้วล่ะ ถึงอย่างไรก็ตามญี่ปุ่นต้องจาลึกเขาไว้เป็นหนึ่งในฮีโร่อย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2020

วิเคราะห์ทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2020

ทีมชาติอังกฤษชุดนี้มีผู้จัดการทีมที่ชื่อว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ซึ่งถ้ามองถึงประสบการณ์ในการคุมทีมสโมสรนั้นแกเร็ธเซาธ์เกตไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากมายเพราะทีมเดียวในสมัยสโมสรที่เขาเคยได้คุมทีมนั้นแค่ทีมมิดเดิลสโบรห์ จากนั้นเขาเลื่อนชั้นไปคุมทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชน และเลื่อนขึ้นมา เป็นผู้จัดการทีมชาติชุดใหญ่เต็มตัว

เนื่องด้วยเหตุผลที่ แซม อัลลาไดซ์ ไปมีคดีพัวพันกับการซื้อขายนักเตะจึงทำให้ถูกปลดออกไป นั่นจึงเป็นเหตุบังเอิญที่ทำให้แกเร็ธเซาธ์เกตซึ่ง ณ เวลานั้นเป็นผู้ช่วยอยู่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาคุมทีมแทน แต่แล้วใครๆหลายคนที่เคยสบประมาท แกเร็ธ เซาธ์เกต ไว้ถึงกับต้องเปลี่ยนความคิดเนื่องจากเมื่อแกเร็ธ เซาธ์เกต

เข้ามาคุมทีมแล้วทีมชาติอังกฤษมีการพัฒนาที่ดีขึ้นทั้งในฟุตบอลโลกที่ผ่านมาจนถึงได้รับการเป็นตัวเต็งในฟุตบอลยุโรป 2020 ครั้งนี้ หากมาดูตัวผู้เล่นของอังกฤษนั้นถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียวเพราะชุดนี้เป็นชุดยังเติร์กที่สะสมประสบการณ์กันมา

และได้พิสูจน์ในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดจากการที่ได้อันดับ 4 มาครอบครองครั้งนี้จึงทำให้ทีมชาติอังกฤษมีความหวังที่จะได้แชมป์ฟุตบอลยุโรป กลางปีนี้สักที มาดูรายชื่อตัวผู้เล่นนำทีมโดย Harry Kane raheem sterling แฮร์รี่แม็คไกวร์ จอร์แดน พิคฟอร์ด เทรน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ไมเคิลคีน คีแรนทริปเปียร์ และฝีเท้าดีๆอีกหลายคนมากมาย มาดูในสายการแข่งขันนั้นอังกฤษถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างสบาย

ซึ่งประกอบไปด้วยโครเอเชียเชคโกสโลวาเกียและผู้ชนะจากเส้นทางสายซี ดังนั้นหากมองดูรูปการณ์แล้วอังกฤษมีโอกาสเข้ารอบลึกๆจนไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้เลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่บ่อนรับพนันถูกต้องตามกฎหมายยกให้อังกฤษชุดนี้เป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป ยุโรปครั้งนี้

แต่หากมองย้อนกลับไปสำหรับฟุตบอลยูโรหลายๆครั้งที่ผ่านมาจนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 16 แล้วอังกฤษยังไม่เคยสามารถที่จะคว้าแชมป์มาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวทั้งๆที่ศักยภาพนักเตะหรือลีกชั้นนำอย่างพรีเมียร์ชิพเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักกันของแฟนบอลทั่วโลกแต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าทำไมทีมชาติอังกฤษถึงไม่เคยได้สัมผัสแชมป์สักครั้งนึงเลยหรือ

ว่ามันเป็นเพราะมนต์ต้องห้ามที่ทำให้อังกฤษเดินทางไปไม่ถึงแชมป์สักที แฟนบอลอังกฤษก็ได้แต่หวังว่าครั้งนี้ทางทีมชาติของพวกเขาจะ จะทำสำเร็จและนำถ้วยแชมป์กลับมาที่บ้านเกิดแผ่นดินนี้ได้สักที

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub slot ไม่มีขั้นต่ำ

นักฟุตบอลที่อายุต่ากว่า 21 แต่มีค่าตัวมหาศาล

โลกฟุตบอลนั้นเปลี่ยนไปทุกวัน เม็ดเงินการซื้อนักเตะมีมูลค่ามหาศาลและแพงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกับนักเตะที่ยังอายุน้อย การซื้อตัวนั้นเหมือนการซื้ออนาคตกับพวกเค้า

เรามาลองดูว่านักเตะดาวรุ่ง หรืออายุที่ต่ำกว่า 21 ปี นั้น มีใครที่ค่าตัวแพงกันบ้าง

คนแรก ห้าสิบล้านยูโร คริสเตียน พูลิซิด นักเตะสัญชาติอเมริกัน อนาคตไกลของเชลซี ที่ย้ายข้ามประเทศเยอรมัน มาจากทีมดอร์ทมุน ซึ่งแรกตอนย้ายมาอาจดูไม่เวิร์ค แต่พอปรับตัวได้เล่นยิงและจ่ายเป็นว่าเล่น

คนที่สอง หกสิบล้านยูโร วิอิซซิอุส จูเนียร์ นักเตะอนาคตไกลของทีมราชันชุดขาว รีลมาดริด สัญชาติบราซิล ซึ่งตอนนี้เค้าได้รับโอกาสจากนายใหญ่อย่างซีดานอยู่ และเชื่อเหลือเกินว่า เค้าจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับต้นๆ ของโลกได้ไม่ยาก

คนที่สาม เจ็ดสิบห้าล้านยูโร มัตไธท์ เดอลิกซ์ นักเตะดาวรุ่ง เนเธอร์แลนด์ ย้ายข้ามน้ำทะเลมาจากสโมสรอาแจ๊กซ์ ในประเทศบ้านเกิด มาสู่รังของยูเวนตุส แรกๆ ใช้เวลาปรับตัวจนเริ่มมีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ แต่พอปรับตัวได้ เค้าก็กลับมาเป็นกองหลังระดับโลกอีกครั้ง

คนที่สี่ มาร์คัส แรซฟอร์ด ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ของสโมสรแมนยูไนเต็ด ราคาประเมินอยู่ที่แปดสิบล้านยูโร หากมีการย้ายทีม แต่เชื่อเถอะว่าคงไม่ได้ยาก เพราะนี่คือของรักของหวงของสโมสรผีแดงในเวลานี้

คนที่ห้า เทรนด์ อเล็กซ์ซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ๊กขวาดาวรุ่งของสโมสรหงส์แดง และทีมชาติอังกฤษ ราคาประเมินอยู่ที่แปดสิบห้าล้านยูโร และก็เช่นกัน ดีลการย้ายทีมคงไม่ใช่สองสามฤดูกาลนี้แน่ ถึงแม้ว่าทีมบาร์เซโลน่า อยากได้ตัวเค้ามากสักเท่าไหร่ แต่หงส์แดงคงไม่ปล่อยไปง่ายๆ

คนที่หก ไคล ฮาเวิรด์ นักเตะดาวรุ่งของทีมสโมสรเลเวอร์คูเซ่น จากเยอรมัน ราคาประเมิน  เก้าสิบล้านยูโร ซึ่งถือว่าเค้าเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลของเยอรมัน ซึ่งดูแนวโน้มว่ามีโอกาสได้ย้ายสู่ทีมที่ใหญ่กว่าแน่ และคงไม่พ้นรังเสือใต้ ที่ชอบดูดนักเตะเก่งๆ ของทีมคนอื่นมาเป็นของตัวเอง

คนที่เจ็ด เจดอน ซานโชว์ นักเตะอนาคตไกลทีมชาติอังกฤษ ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับเสือเหลืองดอร์ทมุน ในเยอรมัน ราคาประเมินถึง หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร ซึ่งหากพูดถึงราคานี้ ก็มีทีมที่พร้อมจะทุ่มซื้อไป อย่างเชลซี และลิเวอร์พูล

คนที่แปด เจา เฟลิกซ์ ราคาประเมิน หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร ซึ่งปัจจุบันเพิ่งย้ายมาร่วมทีมจากเบนฟิก้า มาแอตมาดริด แต่เชื่อเถอะว่าที่นี่คือทางผ่านของเค้า รับรองว่าย้ายอีกแน่

ซึ่งทั้งแปดคนนี้ หากมีการย้ายทีมครั้งต่อไปราคาอาจจะสูงไปมากกว่านี้ก็ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน

ยักษ์หลับ หากใช้คำนี้กับทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ก็คงไม่ผิดนัก

เพราะถ้าคุณลองไปถามแฟนบอลรุ่นเก่านั้น คงไม่มีใครไม่รู้จักทีมที่ชื่อเอฟเวอร์ตัน ยิ่งถ้าได้ไปถามแฟนบอลลิเวอร์พูล ยุคเก่าแล้วนั้นว่า ทีมไหนที่ลิเวอร์พูลไม่อยากต่อกรด้วยที่สุด ซึ่งบอกได้เลยว่า ไม่ใช่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แต่คำตอบนั้นจะเป็น เอฟเวอร์ตัน อย่างแน่นอน เพราะด้วยทั้งสโมสรนั้น คือคู่รักคู่แค้น ที่อยู่ในเมืองเดียวกันอย่างแถบเมอร์ซี่ไซด์ ซึ่งที่ตั้งของสนามแทบจะเดินข้ามถนน เหมือนข้ามสะพานลอยบ้านเราได้เลยทีเดียว และบางครั้ง คนที่เกิดในครอบครัวเดียวกัน พี่น้องกันนั้น คนนึงเป็นแฟนเอฟเวอร์ตันและอีกคนเป็นแฟนลิเวอร์พูล ก็มีมาแล้ว

แต่นั่นคืออดีต ที่ยังไม่มีวี่แวว ว่าทีมอย่างเอฟเวอร์ตัน จะกลับมายิ่งใหญ่และเป็นคู่ต่อกรของ หงส์แดงได้อีก

ซึ่งหากนับจากผลงานแต่ละฤดูกาลที่ผ่านๆมาๆนั้น เอฟเวอร์ตันทำได้เพียงติด หนึ่งในสิบของ ตารางเท่านั้น ยังไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นท็อปซิ๊ก ได้ หากนั้นกันจริงๆ ต้องบอกว่ายุคที่เอฟเวอร์ตันเริ่มกับมามีชื่ออีกครั้งหนึ่ง นั่นคือยุคของเดวิด มอยส์ ที่ทำทีมดูได้เข้าท่าเข้าทางที่สุด แต่สุดท้ายแล้ว

อำนาจบารมีและความยิ่งยิ่งของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็พาเดวิด มอยส์ ไปตกระกำลำบากที่นั่น ซึ่งสุดท้ายเค้าก็กระเด็นตกเก้าอี้ไป และนับแต่นั้นมา ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ก็เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น จนล่าสุดไม่รู้ไปทำอีกท่าไหน ถึงสามารถหลอกล่อให้สุดยอดกุนซืออีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอล

อย่างคาร์โล อันเชล็อตติ ตกลงปลงใจมากุมบังเหียนได้ ซึ่งคราวนี้ต้องมาดูกันว่าฝีมืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ จะยกระดับทีมให้ติด หนึ่งในหกของพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่ ซึ่งหากถามถึงฝีมือแล้วนั้น ไม่ต้องสงสัยในกุนซือยอดฝีมือคนนี้

แต่สิ่งสำคัญที่สุดนั้นคือ บอร์ดบริหารจะมีเงินให้ทาง คาร์โล ช็อปปิ้งนักเตะที่เค้าอยากได้จริงๆหรือไม่ เพราะโลกฟุตบอลสมัยปัจจุบันนั้นไม่เหมือนในอดีตที่สามารถรอและปั้นเด็กจากชุดเยาวชนขึ้นมาเล่นได้

ซึ่งถ้าบอร์ดผู้บริหารทำตามทุกเงื่อนไขและสามารถให้นักเตะที่ คาร์โล ต้องการได้จริงๆ นั้น เอฟเวอร์ตัน จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่ากลัวจริงๆ เพราะขุมกำลังที่มีอยู่อย่าง คีแรน ริชาร์ดสัน ปีกทีมชาติบราซิลนั้น ถือว่าไม่ธรรมดา และยิ่งด้วยบารมีของคาร์โล อันเชล๊อตตินั้น หากมีเงินให้เค้าซื้อนักเตะ คิดว่าไม่ยากเกินไปกับการที่จะดึงนักเตะดีๆ เข้ามาสู่ทีมได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

สุดยอดนักเตะของทีมชาติโปรตุเกส

Fernando Chalana อันดับ 8 สุดยอดนักเตะของทีมชาติโปรตุเกส

เห็นหน้านักบอลในตำนานคนนี้แล้วรู้สึกได้ถึงความเก๋าขึ้นมาทันที เขานั้นหน้าตาแก่กว่าอายุซักหน่อยนะ ถ้าจะให้เรียกแกก็คง ปีกลุกหนวด ฮ่าๆ

แต่ชื่อนี้เป็นชื่อที่โด่งดังมากๆ ไม่ว่าใครก็คงต้องเคยได้ยินชื่อลุงหนวดคนนี้แน่ๆล่ะ ถึงแม้ว่าเขานั้นค้าแข้งในยุคที่ผมเพิ่งจะเกิดก็เถอะ แต่นั้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับตำนานลุงหนวดคนนี้เลย ไม่รู้ว่าแก่เกินวัยจริงรึปล่าวแต่ว่า พี่แกก็แขวนสตั๊ดด้วยอายุเพียง 33 ปีเองนะ

ตำนานของคุณลุงหนวดตัวปีกคนนี้

เป็นนักเตะที่ได้เริ่มต้นกับทีมดังในลีกบ้านเกิดอย่าง เบนฟิก้า ซึ่งตั้งแต่เริ่มเล่นเขานั้นก็กลายเป็นสร้างตำนานให้ตัวเองในทันที แล้วก็ได้ฉายาที่ไม่เหมาะกับหน้าตามาด้วย นั้นคือ เดอะ ลิตเติล จีเนียส ไอ้คำว่าอัจฉริยะนั้นก็เห็นด้วยอยู่หรอกนะ แต่คำว่าเจ้าหนูเนี่ยเหมือนเป็นฉายาที่ตั้งมาแกล้งความหน้าคุณลุงของแกรึปล่าวนะ

แต่ด้วยความที่เขานั้นเป็นนักเตะที่มีสไตล์ขี้เล่นแต่จริงจัง ทำให้การเล่นของแกนั้นสร้างสีสันแล้วก็ทำให้เหล่าแฟนๆเร้าร้อนอยู่เสมอๆ แล้วไม่นานปีกลุงหนวดคนนี้ก็กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลชาวโปรตุเกสทุกผู้ทุกนาย แล้วในศึกยูโร พี่แกก็ได้นาพาทีมไปถึงรอบสี่ทีมสุดท้ายอีกด้วยเป็นการประกาศศักดาให้กับทีมชาติโปรตุเกสอย่างมาก

แล้วเมื่อจบรายการนี้การเล่นของพี่แกก็กลายเป็นไปเตะตาทีมใหญ่ๆอีกหลายทีม ซึ่งตอนนั้นลีกฝรั่งเศษทีม บอร์กโดซ์ ก็อยากได้ตัวเขานั้นมากๆ แล้วการไปของลุงแก ก็เหมือนจะเป็นการปิดตำนานซะอย่างนั้น

เพราะลุงไม่สามารถโชว์ฟอร์มสุดฮอตแบบตอนนั้นได้เลย อุตส่าห์ทนอยูตั้งสามปี แต่ก็ได้ลงเล่นน้อยมากๆเลย นั้นก็เพราะลุงก็คือลุงเริ่มเจ็บออดๆแอดๆ แล้วก็เลิกเล่นให้กับทีมบ้านเกิดไปในที่สุด แต่ยังไงลุงคนนี้ก็ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปถึงสองครั้ง แล้วก็ยังได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้จัดการทีมอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777

สัมภาษณ์พิเศษ ‘เจอร์เก้น คล็อปป์’

มุมที่คุณอาจไม่เคยรู้ : สัมภาษณ์พิเศษ ‘เจอร์เก้น คล็อปป์’ (ตอน 1)

‘เจอร์เก้น คล็อปป์’ ผู้จัดการทีม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ ‘Being the Boss’ ทางช่อง Sky Sports 

โดยพูดถึงประเด็นต่าง ๆ ในชีวิตส่วนตัวของเขา อาทิ การไม่เล่นโซเชียล มีเดีย, การไม่สวมสูทคุมทีมข้างสนาม และความคิด

ที่ว่า นักเตะคนใด ที่เขาคิดว่าจะสามารถกลายเป็นกุนซือที่ดีได้ โดย วินนี่ โอ คอนเนอร์ ทีมงานของสำนักข่าว สกาย สปอร์ตส์ 

จะยิงคำถามไปที่กุนซือชาวเยอรมันรายนี้

Q : ทำไมถึงไม่เล่นโซเชียล มีเดีย ?

A : “ผมไม่เข้าใจ และก็ไม่รู้ว่าคนเราเล่นโซเชียล มีเดียไปเพื่ออะไร บางทีผมอาจจะเล่นในสักวัน แต่ตอนี้ผมนึกภาพไม่ออกเลย 

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องคอยบอกคนที่เราไม่รู้จัก ว่าเราทำอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไร แต่นั่นอาจเป็นปัญหาของคนรุ่นผม ผมคิดว่าผมแก่เกินไปสำหรับเรื่องนี้”

Q : ทำไมถึงไม่ใส่สูทคุมทีมข้างสนาม ?

A : “ผมชอบใส่สูทในเวลาที่เหมาะสม ผมลงแข่งขันโดยมีเรื่องอื่นที่ต้องให้คิด มันไม่เวิร์คสำหรับผม ผมเคยลองแล้ว โดย

พยายามใส่ยีนส์กับเชิ้ตดำตอนคุมดอร์ทมุนด์ ช่วงสัปดาห์แรก ๆ หลังจากนั้นผมก็สวมชุดวอร์ม เพราะว่าสโมสรจะเตรียมไว้ให้

พร้อมในห้องแต่งตัว มันช่วยได้เยอะเลย นั่นคือเหตุผลหลัก”

Q : คุณปิดสวิตช์หนีจากฟุตบอลอย่างไร ?

A : “นอน”

Q : แค่นั้นเลย ?

A : “ส่วนมากนะ หรือไม่ก็คงจะเป็นช่วงพักร้อน”

Q : คุณคิดว่าผู้เล่นคนไหนของคุณที่น่าจะเป็นกุนซือที่ดีได้ในอนาคต ?

A : “ผมไม่มั่นใจหรอกนะว่าพวกเขาอยากจะเป็นผู้จัดการทีมกันในบั้นปลาย แต่ มิลลี่ (เจมส์ มิลเนอร์), เฮนโด้ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน), อดัม (ลัลลาน่า), จินี่ (ไวจ์นัลดุม) ทำได้แน่หากพวกเขาต้องการเดินทางนี้ พวกนักเตะรุ่น ๆ อย่าง ร็อบโบ้ (แอนดรูว 

โรเบิร์ตสัน), เทรนท์ อาจทำได้ แต่หนทางพวกเขายังอีกยาวไกลนัก เดยัน (ลอฟเรน) เหมือนอยากจะเป็นกุนซือนะ และผมคิดว่า

เขาสามารถเป็นผู้จัดการทีมได้ใน 12 ประเทศที่แตกต่างกัน เอาจริงๆ ถ้าพวกเขาอยากทำ ก็สามารถทำได้ทุกคนแหละ”

Q : กุนซือคนไหนคือแรงบันดาลใจในการคุมทีมของคุณ ?

A : “คนที่ผมศรัทธาคือ อาร์ริโก้ ซาคคี่ ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ผมมีโอกาสได้คุยกับเขาผ่านทางโทรศัพท์อยู่ครั้งหนึ่ง 

แต่ผมได้เกี่ยวข้องกับงานของเขาตอนที่ วูล์ฟกัง แฟรงค์ อดีตโค้ชของผมเอาวีดีโอของเขามาให้ดู ผมคิดว่าตอนนั้นผมได้ดูวีดีโอการซ้อมของ เอซี มิลานไปประมาณ 20, 30 หรือว่า 500 ครั้งนี่แหละ ! ”

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน