โควิด-19 ระบาดอย่างหนัก

โควิด-19 ระบาดอย่างหนักหลังหมอและพยาบาลมีการติดเชื้อไปแล้ว 4 คน

   จากที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับทางเจ้าหน้าที่หมอและพยาบาลที่ต้องต่อสู้ไวรัสโคโรน่าและเป็นหน้าด่านที่ต้องช่วยเหลือผู้ป่วยในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นตอนนี้ได้มีทางเจ้าหน้าที่หมอและพยาบาลจำนวน 4 คนทั่วประเทศไทย

ได้มีรายงานเข้ามาแล้วว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากผู้ป่วยโดยสาเหตุที่มีการติดเชื้อนั้นมาจากทางผู้ป่วยมีการปกปิดประวัติการรักษาฉันไม่ยอมแจ้งว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นผู้ป่วยในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้คุณหมอและพยาบาลที่ดูแลรักษาผู้ป่วยคนดังกล่าวในที่สุดก็ติดเชื้อไวรัสจากคนไข้

เดินทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการแจ้งเข้ามาว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของแต่ละจังหวัดมีการส่งข้อมูลอัพเดทข่าวมาว่าทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาคนไข้ของจังหวัดภูเก็ต   จังหวัดยะลา จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครปฐมได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากคนไข้เนื่องจากสาเหตุว่าตอนที่มีการรักษาคนไข้และมีการซักประวัตินั้น

คนไข้ไม่ยอมบอกว่าตนเองมาจากกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงที่อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งสาเหตุนี้เป็นสาเหตุหลักสำคัญมากที่การรักษาจะไม่สัมฤทธิ์ผลเพราะว่าอาการของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นก็เหมือนกับอาการไข้หวัดธรรมดาดังนั้นถ้าเกิดว่าผู้ป่วยให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าผู้ป่วยคนดังกล่าวป่วย

เนื่องจากสาเหตุอะไรดังนั้นการรักษาก็จะแตกต่างกันและการป้องกันระบบความปลอดภัยก็จะแตกต่างกันเช่นเดียวกันโดยคนไข้ส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมบอกว่าตนเองนั้นมีความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาทำให้เป็นที่น่าเป็นห่วงยังมากกว่าสถานการณ์แบบนี้เองที่จะนำมาสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามาให้กับคุณหมอและพยาบาลที่มีหน้าที่ต้องคอยรักษาผู้ติดเชื้ออย่างเช่นที่ประเทศจีนเคยประสบมาก่อนหน้านี้

ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศจีนต้องเสียบุคลากรที่มีคุณภาพทางด้านการรักษาพยาบาลไปจำนวนหลายสิบคนเหตุก็เพราะว่าประชาชนและพลเมืองของตนเองปกปิดข้อมูลทำให้การรักษาไม่สามารถดำเนินการได้และประเทศไทยก็จะเริ่มเข้าสู่วิกฤตแบบนั้นแล้วเช่นเดียวกันปัจจุบันมีคนเดินทางออกจากกรุงเทพฯเพื่อไปต่างจังหวัด

เป็นจำนวนมากและบุคคลเหล่านี้ก็อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลร้องขอจากประชาชนที่มีการเดินทางออกไปยังต่างจังหวัดก็คือการปรับตัวเองอยู่ในบ้านเป็นระยะเวลา 14 วันก่อนซึ่งหากว่าไม่พบมีเชื้อก็สามารถที่จะเดินทางออกนอกบ้านได้แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ป้าอยู่แต่ในบ้านจะเป็นผลดีที่สุดเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบุคคลอื่นนั้นมีการติดเชื้อไวรัสกรณีหรือไม่