Brian Banks นักอเมริกันฟุตบอล ชีวิตพังเพราะถูกกล่าวหาว่า ข่มขืน

ย้อนไปในช่วงเวลาก่อนมีเรื่องคดี ข่มขืน

ซึ่งจริงๆเราได้เห็นบ่อยๆไม่เว้นสักวัน จึงทำให้เกิดการที่ทุกคนร่วมรณรงค์เพิ่มบทลงโทษ ข่มขืน เท่ากับประหาร ซึ่งแน่นอนคนทุกคนต่างมีความคิดที่ไม่เหมือนกันกับข้อกฎหมายนี้ หลายๆคนเห็นด้วยอย่างที่สุด

ถึงกับรวมตัวออกมาชูป้ายประทวงและรณรงค์ตามท้องถนนกันเลย และหลายๆคนก็ไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลว่าเมื่อใดใช้กฏหมายข้อนี้จริงๆแล้ว คนที่โดนใส่ร้ายและไม่ได้กระทำผิด เพียงแค่ถูกใส่ร้ายจะทำเช่นไรกันล่ะ

พอมาถึงจุดนี้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับความคิดและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ทุกคนต่างมีจุดยืนทางกฏหมายไม่เหมือนกัน เรามาลองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น และมาดูกันว่าเราควรตัดสินใจอย่างไร

นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลดาวรุ่ง Brian Banks ตำแหน่ง ไลน์แบ็คเกอร์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 เขาอายุเพียง 16 ปี เขาได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นนักกีฬาด้าวรุ่งพุ่งแรงชนิดหาคนที่เป็นอย่างเค้าได้ยาก 1 ในพัน เลยทีเดียว

เมื่อเส้นทางสายกีฬาของเขากำลังไปได้สวย มองเห็นอนาคตอันยาวไกลจุดสูงสุดของอาชีพนักอเมริกันฟุตบอลของค่าย NFL อยู่เพียงแค่กระดิกนิ้วแล้ว สุดท้ายต้องมาชนตอ ชีวิตของ Brian Banks พังทลายลง เขาถูกฟ้องข้อหาข่มขืนและทารุณกรรมทางเพศ

โดยคู่กรณีคือนักเรียนหญิง Wanetta Gibson ที่เป็นเพื่อนในห้องเรียนเดียวกัน เธอกล่าวหาว่าเธอถูกข่มขืนในชั้นศาลพร้อมกับมีพยาน นั้นคือ รปภ ของโรงเรียน รปภ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ไว้ว่า เธอมาบอกว่า “ฉันถูกเขาลวนลามและพยายามจะข่มขืน” เขามั่นใจและเล่าว่า “ผมเห็นเธอวิ่งลงมาจากบันไดพร้อมกรีดร้อง โดยมี Brian Banks ยืนอยู่ด้านหลัง

เขาต้องมีแผนจะข่มขืนเธอแน่ๆ” ฝ่าย Brian Banks ก็พยายามคัดค้านว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เกิดผลใดๆ

เขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาแม่ของเธอได้ทำการฟ้องต่อทางโรงเรียนในข้อหา สภาพแวดล้อมของโรงเรียนไม่ปลอดภัยมากพอ จึงทำให้ลูกสาวตนถูกล่อลวงข่มขืน และยังชนะคดีไปอีก โดนได้รับเงินไปทั้งสิ้น 47 ล้านบาท

 

ขอขอบคุณเว็บ แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100 ที่สนับสนุนบทความ

ข่าวไฟไหม้บ้าน

          เมื่อวันที่6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 มีรายงานข่าวแจ้งว่าที่จังหวัดลำปางมีไฟไหม้บ้านหลังหนึ่งเสียหายหมดทั้งหลังแต่ไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะตอนไฟไหม้บ้าน เจ้าของบ้านทั้งสามีและภรรยาออกไปกินข้าวนอกบ้าน

ส่วนลูกชายก็ยังไม่กลับบ้าน คนที่เห็นเหตุการณ์ไฟไหม้คือเพื่อนบ้าน โดยเพื่อนบ้านบอกว่าเห็นไฟไหม้จากชั้นสองลงมาแล้วลามไหม้ทั้งหลัง การดับไฟทำได้ยากเพราะไฟแรงมาก ต้องรอเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือ

        เหตุการณ์ไฟไหม้พบกันได้บ่อยครั้ง ยิ่งช่วงนี้อากาศเย็น มีความแห้งสูงดังนั้นหากมีเชื้อเพลิงไฟก็จะลุกลามติดกันได้ง่าย และไหม้เร็วกว่าช่วงที่เป็นช่วงหน้าฝนเสียอีก

หลายครั้งที่มีการเกิดไฟไหม้โดยที่เจ้าของบ้านไม่ได้อยู่บ้าน หรือบางครั้งอยู่บ้านแต่กว่าจะรู้ว่าไฟไหม้ ไฟก็ไหม้สร้างความเสียหายไปเยอะแล้วเหมือนกัน บางคนหนีทันแต่บางคนก็หนีไม่ทันก็มี หลายครั้งที่หลังจากดับไฟได้แล้วทางกู้ภัยจะเข้าไปเห็นภาพที่น่าสะเทือนใจ อย่างกรณีเมื่อสิบปีก่อนมีไฟไหม้ตึกแถว

โดยไหม้หลายห้องด้วยกัน แต่มีห้องหนึ่งที่เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงดับไฟเรียบร้อยแล้ว เข้าไปเช็คความเสียหายกลับพบว่า มีเด็กหญิงสองคนกอดกันเสียชีวิตในห้องน้ำซึ่งเด็กหญิงทั้งสองเอากะละมังครอบตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ทราบต่อมาคือเป็นลูกสาวของเจ้าของอาคารนั้น หนีไฟออกมาไม่ทัน สองพี่น้องจึงกอดคากันเสียชีวิต

และอีกหลายเหตุการณ์ด้วยกันที่ไฟมาพรากสิ่งอันเป็นที่รักของคนในครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะช่วงฤดูไหน สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราต้องหมั่นตรวจตราให้รอบคอบว่ามีการเสียบปลั๊กทิ้งไว้หรือไม่ ถังแก๊สปิดหรือยัง มีการจุดเทียนจุดไฟทิ้งไว้ตรงไหนหรือไม่

สำหรับตัวผู้เขียนเองก็เคยเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญเกี่ยวกับไฟเหมือนกัน นั่นคือจุดธูปไหว้พระ แล้วไปก็ทำงานอย่างอื่นอยู่ที่ชั้นสอง หลังจากนั้นเดินลงมาชั้นหนึ่งตั้งแต่เริ่มก้าวลงบันไดลงมาก็ได้กลิ่นควันไฟ และพอมาถึงชั้นล่างมีแต่ควันลอยเต็มบ้านเต็มไปหมด ซึ่งที่บ้านไม่ได้เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ควันจึงลอยอยู่ในบ้านอย่างนั้น

รีบเปิดประตูระบายควันแทบไม่ทัน โชคดีมากที่มาเจอควันก่อนยังไม่มีอะไรไหม้เสียหาย พอเช็คต้นเหตุก็พบธูปที่กระถางไหม้ลงไปในขี้เถ้าของธูปซึ่งข้างล่างใต้ขี้เถ้ามีก้านธูปเก่าที่ยังไหม้ไม่หมดอยู่เต็มจึงทำให้ไฟไหม้ไม้ก้านธูป หลังจากนั้น

เวลาจึงธูปผ่านไป 3-4 วันก็จะเก็บเอาก้านที่ใช้ไม่หมดไปทิ้ง เพราะคิดว่าสาเหตุจากเพลิงไหม้บ้านหลังอื่นๆที่เป็นข่าวแล้วบอกว่ามาจากการจุดธูปไหว้พระคงเป็นเหมือนกันแบบนี้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์อย่าลืมตรวจสอบทุกครั้งนะคะ